แน่นอนครับ การเดินทางที่แสนจะไกลจากที่เราอยู่นั้น ทั้งยังแตกต่างกันเป็นอย่างมากในเรื่องสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ เพราะฉะนั้น เรื่องพละกำลัง และความสมบูรณ์พร้อมของร่างกายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้เป้าหมายเมกะโปรเจคกราบแทบตักครูบาอาจารย์ของเรา ประสมผลสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้
วันนี้เริ่มต้นเตรียมความพร้อมทางร่างกาย ด้วยการไปวิ่งที่สวนสาธารณะ ในหมู่บ้าน หลังจากที่เมื่อบ่าย ๆ วันนี้ไปซื้อรองเท้าสำหรับวิ่งมาแล้ว เริ่มจาก วิ่งเหยาะ ๆ แล้ว ค่อย ๆ เร็วขึ้นเรื่อย ๆ เร็วขึ้นเรื่อย ๆ หะหะหะหะ ไม่ไช่ผมหรอกครับ แต่เป็นเด็ก ๆ ต่างหาก ที่วิ่งแซงน็อครอบผมไปแล้ว
ผมวิ่งได้ประมาณ 5 รอบก็รู้ศึกว่าเหนื่อยมากแล้วหละครับ เลยเปลี่ยนเป็นเดินอีกรอบหนึ่ง แค่นั้น น่าจะเป็นการปฐมฤกษ์ที่ดีสำหรับการเตรียมความพร้อมทางร่างกาย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ข้อที่ 2 も 、 の โม๊ะ และ โน๊ะ
も แปลว่า ด้วย,ก็
จะใช้บอกว่า อะไรๆ......................ด้วย
เช่น
A : わたしは タイじん です。 ฉันเป็นคนไทย
B : わたちも タイじん です ฉันก็เป็นคนไทย
หรือ
A : まりさんは 日本から きました。มาริมาจากญี่ปุ่น
B : まさこさん 日本から きました。มาซาโกะก็มาจากญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน
ส่วน の ใช้บอกว่า ไอ้นี่เป็นของไอ้นั่น, ไอ้นั่นเป็นของฉัน, ไอ้นั้นเป็นของคุณคนนี้
เช่น เมื่อมีคนถามว่าอันนี้เป็นของไคร และเราจะบอกว่าเป็นของเรา
A : これ かばんは だれの ですか。 กระเป๋าอันนี้ของไครค่า
B : わたしの です。 ของผมครับ
ในที่นี้ใช้แทนกระเป๋า แทนที่จะบอกว่า"กระเป๋าอันนั้นเป็นของผมครับ" ก็บอกแค่เพียง "ของผมครับ"
หรือ
この くるまは TOYOTAの しゃいんです。รถยนต์คันนั้นเป็นของบริษัทโตโยต้า
จะใช้บอกว่า อะไรๆ......................ด้วย
เช่น
A : わたしは タイじん です。 ฉันเป็นคนไทย
B : わたちも タイじん です ฉันก็เป็นคนไทย
หรือ
A : まりさんは 日本から きました。มาริมาจากญี่ปุ่น
B : まさこさん 日本から きました。มาซาโกะก็มาจากญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน
ส่วน の ใช้บอกว่า ไอ้นี่เป็นของไอ้นั่น, ไอ้นั่นเป็นของฉัน, ไอ้นั้นเป็นของคุณคนนี้
เช่น เมื่อมีคนถามว่าอันนี้เป็นของไคร และเราจะบอกว่าเป็นของเรา
A : これ かばんは だれの ですか。 กระเป๋าอันนี้ของไครค่า
B : わたしの です。 ของผมครับ
ในที่นี้ใช้แทนกระเป๋า แทนที่จะบอกว่า"กระเป๋าอันนั้นเป็นของผมครับ" ก็บอกแค่เพียง "ของผมครับ"
หรือ
この くるまは TOYOTAの しゃいんです。รถยนต์คันนั้นเป็นของบริษัทโตโยต้า
วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ว่าด้วยตัวเรา
ชีวิตหนึ่ง จะทำอะไรได้สำเร็จเหมือนคนอื่นบ้างได้หรือ
ชีวิตหนึ่ง จะสามารถเดินเฉิดฉายเหมือนคนอื่นบ้างได้หรือ
ชีวิตหนึ่ง พอใจแล้วหรือกับปัจจุบัน
ที่ผ่านมา นึกไม่ออกเลยว่ามีสิ่งใหนที่น่าภูมิใจในตัวเองบ้าง
ที่ผ่านมา นึกไม่ออกเลยว่าสิ่งใหนที่ทำรู้สึกดีใจบ้าง
มีชีวิตที่อับเฉาไปวัน ๆ
ตอนเด็ก ๆ ไคร ๆ ก็ถามกันว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
ป่านนี้จนโตก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้
ตอนเด็กเล่นดนตรี ตัวโน็ตสักตัวเดียวก็อ่านไม่เป็น
ตีระนาด เป่าบารีโทน ก็สักแต่ว่าดัง
โดนไล่ออกจากหอพัก ตอนเรียนมหาวิทยาลัย
ตอนทำงานก็ตักหมึก จนมีอแตก. ไม่พอ.
ตักหมึกจนโรงงานเจ๊ง
ทุกวันนี้ทำอะไร
วันพรุ่งนี้ทำอะไร
วันต่อๆไปทำอะไร
ชีวิตหนึ่ง จะสามารถเดินเฉิดฉายเหมือนคนอื่นบ้างได้หรือ
ชีวิตหนึ่ง พอใจแล้วหรือกับปัจจุบัน
ที่ผ่านมา นึกไม่ออกเลยว่ามีสิ่งใหนที่น่าภูมิใจในตัวเองบ้าง
ที่ผ่านมา นึกไม่ออกเลยว่าสิ่งใหนที่ทำรู้สึกดีใจบ้าง
มีชีวิตที่อับเฉาไปวัน ๆ
ตอนเด็ก ๆ ไคร ๆ ก็ถามกันว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
ป่านนี้จนโตก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้
ตอนเด็กเล่นดนตรี ตัวโน็ตสักตัวเดียวก็อ่านไม่เป็น
ตีระนาด เป่าบารีโทน ก็สักแต่ว่าดัง
โดนไล่ออกจากหอพัก ตอนเรียนมหาวิทยาลัย
ตอนทำงานก็ตักหมึก จนมีอแตก. ไม่พอ.
ตักหมึกจนโรงงานเจ๊ง
ทุกวันนี้ทำอะไร
วันพรุ่งนี้ทำอะไร
วันต่อๆไปทำอะไร
วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ฉันรักประเทศไทย # 3
บ่ายวันอาทิตย์วันหนึ่งนั้น ฉันขับรถไปแถว ๆ สุขุมวิท ฉันจำเป็นต้องจอดรถริมฟุตบาท เพื่อที่จะไปซื้อหนังสือ ฉันทราบดีว่าถนนเส้นนี้การจราจรคับคั่งเพียงใด ฉันจึงพยายามหาริมฟุตบาทบริเวณที่ปราศจากการเปื้อนสี เหลือง แดง แล้วค่อย ๆ เทียบสองล้อเข้าชิดขอบฟุตบาท ขอย้ำ ชิดขอบ พร้อมกับเปิดไฟฉุกเฉิน ติ๊บ ติ๊บ ๆ ๆ ๆ เอาไว้เพื่อบอกว่า ขอจอดสักพักเท่านั้น ไม่ทันไรเลย ผู้รักษากฏหมายก็ควบสองล้อจากภาษีประชาชน มาบีบแตร พร้อมกับตะโกนโหวกเหวก หาเจ้าของรถ ร่ำ ๆ จะแจกใบสั่งท่าเดียว ใหนจะบอกว่า จอดอย่างนี้ได้ยังไง ดูสิ รถติดยาวเป็นขบวน, ฉันจำต้องรีบออกจากร้านทั้งที่ยังเดินไม่ทั่วร้านด้วยซ้ำไป หนังสือก็ยังไม่ได้สักเล่ม
หากจะเอาเข้าจริง ฉันก็ไม่ทราบหรอกว่า ถนนเส้นนี้เขาห้ามจอดตลอดแนว ฉันเข้าใจแต่ว่าห้ามจอดริมฟุตบาทที่มีสีแดงทาเอาไว้ ที่ทาสีเหลืองเขาให้จอดได้ชั่วคราว ส่วนที่ไม่ได้ทาสีเอาไว้ ก็ไม่เห็นว่าจะมีข้อห้ามอะไร หนำซ้ำ ช่วงบ่ายวันอาทิตย์วันนั้นบนถนนสุขุมวิทขาออกปริมาณรถก็ไม่ได้มากมายแต่อย่างใด แล้วจะเป็นไรไปที่ฉันจะเสียมารยาทจอดรถริมฟุตบาท
กระนั้นก็เหอะ ฉันก็ไม่ได้โดนปรับค่าจอดรถในที่ไม่ได้ห้ามจอด (หรือเปล่า) นอกจากความอาการที่แสดงออกมาอย่าวว่าฉันผิดราวกับนักโทษประหาร
แล้วเป็นอย่างไรเล่า
วันนี้ฉันไปทำธุระที่นี่ ในขณะที่ฉันกำลังจะข้ามไปฝั่งร้านขายของตกแต่งบ้าน ฉันก็เห็นรถคันคุ้นตาจากภาษีประชาชนขับสวนกับฉันบนทางเดินเท้าและคลานไปจอดสนิท แต๊ต ๆ ๆ ๆ ๆ ท่ามกลางสายตาประชาชนนับหลายสิบคู่ รวมไปถึงนายฮ้อยหน้าห้างผู้คอยอำนวยความสะดวกโบกรถหยอย ๆ รักษากฏจราจรให้กับผู้ที่มาช่วยกันจ่ายเงินเดือนให้พวกเขา
จะทำอย่างไรเล่า หากมีบางคนที่เกรียนกว่าฉัน ขับรถมาจอดเทียบข้างกัน นายฮ้อยหน้าห้างจะทำได้อย่างไรเล่าหากมาไล่เกรียนไม่ให้จอดรถตรงนี้ แล้วนายฮ้อยจะทำอย่างไรเล่าถ้าเกรียนจะเถียงว่า ทีรถคันนี้ยังจอดได้แล้วทำไมเกรียนจะจอดไม่ได้ แล้วผู้ที่ขับขี่รถจากภาษีประชาชนจะบอกเกรียนว่าอย่างไรเล่า
แล้วทุกวันนี้หละเป็นอย่างไรเล่า เมื่อเราเป็นซะเอง จะว่าอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่แน่ใจ (แต่ฉันคิดว่าไม่นะ) แล้วทำไมครับ ทำไมไม่จอดในที่ ๆ เขาจัดเอาไว้หละครับ แล้วทำไมครับ ทำไมไม่ทำเหมือนคนอื่น ๆ เขา แล้วทำไมครับ แล้วทำไม ทำไม ,,,,,,,,,,, ในเมื่อคุณเป็นก็ผู้มีอำนาจบอกคนอื่นได้ หากแค่จะช่วยเป็นแบบอย่างที่ดีให้เรา ๆ ได้ดูเป็นตัวอย่างคงจะชื่นใจไม่ใช่น้อยนะครับ
นี่เป็นเพียงมุมที่ฉันเห็นเท่านั้นฉันเขียนจากความรู้ศึกล้วน ๆ แถมยังใส่ไข่ไปอีกหลายใบ ใข่เน่า ๆ จากสมองของฉันที่ไม่ค่อยจะพัฒนา ทำให้ฉันยึดติดกับสิ่งเหล่านี้
ฉันอยากจะเกรียนพอที่จะโวยวายกับเรื่องนี้ และฉันก็ได้แค่พูดเบา ๆ ว่า ทำไมไม่จอดในที่เขาให้จอด หลังจากฉันเดินผ่านไปแล้ว สามเมตร
วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ข้อที่ 1 です、 じゃ ありません、 ですか
คำนาม1 は คำนาม2 です。 อะไร ๆ ก็เป็น เช่น ผมเป็น..... คุณเป็น...... เขาเป็น......
1. は มันจะบอกว่าอะไร ๆ ที่อยู่ข้างหน้ามันเป็นหัวข้อเรื่องนั่นเอง
2. です ประมาณว่าอะไร ๆ ที่อยู่ข้างหน้ามัน ก็ต้องเป็นไปตามนั้น. เอออ ก็ใช่
ตัวอย่าง わたしは ヨンユツト です。 = ผมเป็นยงยุทธครับ หรือ ผม ยงยุทธ ครับ
わたしは タイじん です。 = ผมเป็นคนไทย
わたしは がくせい です。 = ผมเป็นนักเรียน
たくしんさんは いしゃ です。= คุณทักษินเป็นหมอ
แต่ถ้าจะบอกว่าเราไม่ได้เป็นไอ้นั่น ไอ้นู่น ไอนี่ (รูปปฏิเสธ) นั้นก็แค่เปลี่ยนจาก です。ไปเป็น じゃ ありません。 ซึ่งจะทำให้ อะไร ๆ ก็จะไม่เป็น เช่น ผมไม่ได้เป็น..... คุณไม่ได้เป็น...... เขาไม่ได้เป็น......
わたしは がくせい じゃ ありません。 = ผมไม่ได้เป็นนักเรียน
たくしんさんは いしゃ じゃ ありあせん。= คุณทักษินไม่ได้เป็นหมอ
แต่....... อย่าเอามาใช้เมื่ออยากจะบอกว่า
わたしは ヨンユツト じゃ ありません。 = ผมไม่ได้เป็นยงยุทธครับ
わたしは タイじん じゃ ありません。 = ผมไม่ได้เป็นคนไทย
ทำไมนะเหรอ ลองคุณเป็นคนไทย แล้วบอกว่าไม่ได้เป็นคนไทยดูสิ ฮ่า ฮ๋า ฮ๋า
3. ですか ตัวสุดท้าย คือการเติม か หลัง です ซึ่งจะทำให้ประโยคเปลี่ยนไปเป็น ประโยคคำถาม เป็นไอ้นี่......ไช่ใหม ไอ้นั่น......ไช่ใหม ไอ้โน่น..........ไช่ใหม ส่วนผู้ตอบ ก็ตอบว่า ไช่/ไม่ไช่ แค่นี่เองครับ ง่ายนิดเดียว
มาดูตัวอย่างครับ
ถาม たくしんさんは いしゃ ですか。 = คุณทักษินเป็นหมอไช่ใหม?
ตอบ ไช่ はい。いしゃ です。 = ไช่ครับ เป็นหมอครับ
ตอบ ไม่ไช่ いいえ、いしゃじゃ ありません 。 = ไม่ไช่ครับ ไม่ได้เป็นหมอครับ
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ฉันรักประเทศไทย # 2
วันนี้ฉันพาพี่คนหนึ่งไปทำเรื่องโอนรถที่ขนส่งบางขุนเทียน ฉันแปลกใจมากที่มีผู้มาใช้บริการมากมายขนาดนี้ คาดเดาคร่าว ๆ จากสายตา น่าจะเกิน 2000 คน ฉันจึงได้ส่งพี่คนนั้นแค่ประตูทางเข้าเท่านั้นเอง
ฉันขับรถต่อไปประมาณ 20 เมตร ก็สะดุดกับป้ายวัดหัวกระบือ ฉันหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปตามถนนเล็ก ๆ ที่กำลังสร้าง ด้วยความขรุขระของถถน ทำให้ฉันต้องคลาน แล้วก็คลานไปเรื่อย ๆ รถก็โยกไป เยกมา ตามจังหวะหลุมจนฉันแทบจะรากแตกทีเดียว
เมื่อมาถึงวัดหัวกระบือ ฉันก็พบกับกอง หัวกระบือ กองมหึมา ฉันไม่กล้าไปถามไคร ๆ หรอกว่าหัวกระบือเหล่านี้มาจากใหน นอกจากหัวกระบือแล้ว ที่วัดนี้ก็น่าจะเป็นสถานที่ผูคนนิยมมาสะเดาะเคราะห์ เพราะเห็นมี..... เขาเรียกว่าอะไรหละ ..... เอาเป็น...ฉันเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า "สิ่งที่ใช้ในการสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาบารมี แก้ปีชง" ..... ประมาณนี้แหละครับ หากใครตองการทำสิ่งเหล่านี้ก็มาที่วัดนี้ได้นะครับ
ฉันนึกออกว่าอยากจะซื้อเกลือทะเลไปใช้ในที่ทำงานหักหน่อย ฉันจึงมุ่งหน้าไปทางสมุทรสงคราม ที่ฉันเคยผ่านไปบ่อย ๆ แถว ๆ บ้านนาโคก แถว ๆ นั้นจะมีร้านขายเกลือทะเลอยู่ข้างทางเยอะมาก ๆ ฉันมาถึงแล้ว และฉันขับชลอ ๆ ดูร้านขายเกลือไปเรื่อย แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกร้านใหน ใช่ครับ มันเยอะมากจริง ๆ จนฉันต้องตัวสินใจเลือก..... เอาวะ ร้านนี้หละกัน .....
เจ้าของร้านรีบออกมาต้อนรับด้วยท่าทางเป็นมิตร
ฉัน : เกลือพวกนี้ขายยังไงครับ ฉันชี้ไปที่ถุงเกลือขนาดประมาณ 5-6 กิโล
เจ้าของร้าน : ถุงละ 50 บาทครับ
ฉัน : อืมมมมมม ฉัดกำลังคิดว่าจะต้องซื้อเกลือมากมายแค่ใหน
เจ้าของร้าน : ถ้าซื้อเยอะ เอาเป็นกระสอบดีใหมครับ ถูกกว่า โลละบาท
ฉัน : เอ๊ะ ๆ
เจ้าของร้าน : ถ้าซื้อแบบแบ่งขาย จะกิโลละ 8 บาท ถ้าเอาเป็นกระสอบจะกิโลละ 7 บาท กระสอบละ 180 บาท ครับ
คิดในใจ.. กิโลละ 7 บาท ถ้า กระสอบละ 180 บาท จะมีกี่กิโลแน่ นะ มันหารไม่ลงตัวนี่หว่า เอาวะ
ฉัน : ถ้าซื้อ 2 ถุงลดได้ใหมครับ
เจ้าของร้าน : ซื้อสองถุงลดไม่ได้ครับ แต่ถ้าซื้อสามถุงขึ้นไป ลดได้ครับ
ฉัน : อ้าวววว เหรอครับ งั้น เอาสองถุงก็พอครับ
เจ้าของร้านยกไปใส่หลังรถให้ฉัน สองกระสอบตามที่ฉันต้องการ พร้อมกับถือเกลือถุงเล็กขนาดประมาณ 2 กิโล มาให้ฉันพร้อมกับบอกว่า
"ถุงนี้ผมแถมให้ เห็นน้องไม่ต่อพี่เลยแถมให้ " เจ้าของร้านยังบอกอีกว่า เกลือถุงนี้เป็นเกลือพิเศษ เรียกว่า ดอกเกลือ คือเกลือทะเลที่เกิดบนผิวน้ำนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดแห่งเกลือเลยครับ เฮอะ ๆๆๆ
ฉันได้เกลือแล้วก็จะกลับหละครับ แต่ฉันแวะซื้อลิ้นจี่ก่อน ที่นี่เองก็มีเรื่องให้ฉุกคิดอีกเหมือนกันแต่เอาใว้ทีหลังจะเล่าให้ฟังเพราะตอนนี้ฉันต้องรีบไปรับพี่ที่ฉันทิ้งเอาใว้ที่ขนส่งก่อนหละกันนะครับ
ฉันกลับมาที่ขนส่งอีกครั้ง แต่รถที่มาติดต่อธุระที่นี่ก็ยังไม่ลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากมีรถมากจึงทำให้ฉันได้เห็นสิ่งนี้หรือเปล่า???????
ฉันขับรถต่อไปประมาณ 20 เมตร ก็สะดุดกับป้ายวัดหัวกระบือ ฉันหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปตามถนนเล็ก ๆ ที่กำลังสร้าง ด้วยความขรุขระของถถน ทำให้ฉันต้องคลาน แล้วก็คลานไปเรื่อย ๆ รถก็โยกไป เยกมา ตามจังหวะหลุมจนฉันแทบจะรากแตกทีเดียว
เมื่อมาถึงวัดหัวกระบือ ฉันก็พบกับกอง หัวกระบือ กองมหึมา ฉันไม่กล้าไปถามไคร ๆ หรอกว่าหัวกระบือเหล่านี้มาจากใหน นอกจากหัวกระบือแล้ว ที่วัดนี้ก็น่าจะเป็นสถานที่ผูคนนิยมมาสะเดาะเคราะห์ เพราะเห็นมี..... เขาเรียกว่าอะไรหละ ..... เอาเป็น...ฉันเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า "สิ่งที่ใช้ในการสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาบารมี แก้ปีชง" ..... ประมาณนี้แหละครับ หากใครตองการทำสิ่งเหล่านี้ก็มาที่วัดนี้ได้นะครับ
ฉันนึกออกว่าอยากจะซื้อเกลือทะเลไปใช้ในที่ทำงานหักหน่อย ฉันจึงมุ่งหน้าไปทางสมุทรสงคราม ที่ฉันเคยผ่านไปบ่อย ๆ แถว ๆ บ้านนาโคก แถว ๆ นั้นจะมีร้านขายเกลือทะเลอยู่ข้างทางเยอะมาก ๆ ฉันมาถึงแล้ว และฉันขับชลอ ๆ ดูร้านขายเกลือไปเรื่อย แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกร้านใหน ใช่ครับ มันเยอะมากจริง ๆ จนฉันต้องตัวสินใจเลือก..... เอาวะ ร้านนี้หละกัน .....
เจ้าของร้านรีบออกมาต้อนรับด้วยท่าทางเป็นมิตร
ฉัน : เกลือพวกนี้ขายยังไงครับ ฉันชี้ไปที่ถุงเกลือขนาดประมาณ 5-6 กิโล
เจ้าของร้าน : ถุงละ 50 บาทครับ
ฉัน : อืมมมมมม ฉัดกำลังคิดว่าจะต้องซื้อเกลือมากมายแค่ใหน
เจ้าของร้าน : ถ้าซื้อเยอะ เอาเป็นกระสอบดีใหมครับ ถูกกว่า โลละบาท
ฉัน : เอ๊ะ ๆ
เจ้าของร้าน : ถ้าซื้อแบบแบ่งขาย จะกิโลละ 8 บาท ถ้าเอาเป็นกระสอบจะกิโลละ 7 บาท กระสอบละ 180 บาท ครับ
คิดในใจ.. กิโลละ 7 บาท ถ้า กระสอบละ 180 บาท จะมีกี่กิโลแน่ นะ มันหารไม่ลงตัวนี่หว่า เอาวะ
ฉัน : ถ้าซื้อ 2 ถุงลดได้ใหมครับ
เจ้าของร้าน : ซื้อสองถุงลดไม่ได้ครับ แต่ถ้าซื้อสามถุงขึ้นไป ลดได้ครับ
ฉัน : อ้าวววว เหรอครับ งั้น เอาสองถุงก็พอครับ
เจ้าของร้านยกไปใส่หลังรถให้ฉัน สองกระสอบตามที่ฉันต้องการ พร้อมกับถือเกลือถุงเล็กขนาดประมาณ 2 กิโล มาให้ฉันพร้อมกับบอกว่า
"ถุงนี้ผมแถมให้ เห็นน้องไม่ต่อพี่เลยแถมให้ " เจ้าของร้านยังบอกอีกว่า เกลือถุงนี้เป็นเกลือพิเศษ เรียกว่า ดอกเกลือ คือเกลือทะเลที่เกิดบนผิวน้ำนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดแห่งเกลือเลยครับ เฮอะ ๆๆๆ
ฉันได้เกลือแล้วก็จะกลับหละครับ แต่ฉันแวะซื้อลิ้นจี่ก่อน ที่นี่เองก็มีเรื่องให้ฉุกคิดอีกเหมือนกันแต่เอาใว้ทีหลังจะเล่าให้ฟังเพราะตอนนี้ฉันต้องรีบไปรับพี่ที่ฉันทิ้งเอาใว้ที่ขนส่งก่อนหละกันนะครับ
ฉันกลับมาที่ขนส่งอีกครั้ง แต่รถที่มาติดต่อธุระที่นี่ก็ยังไม่ลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากมีรถมากจึงทำให้ฉันได้เห็นสิ่งนี้หรือเปล่า???????
ฉันเห็นว่ามีรถวิ่งสวนฉันออกไปแล้วสองคันในขณะที่อีกคันนี้ ก็กำลังเลี้ยวตามมา แต่ฉันเห็นว่าลูกศรสีเหลืองนั้น ชี้ไปทางเดียวกับฉัน หรือว่า ขนส่งอนุญาติให้รถสามารถย้อนศรในเส้นที่ทาสีเหลืองได้
แต่ที่น่าสนใจกว่ารถสองคันนี้นที่สวนฉันออกไปก็คือ รถสองคันแรกนั้นถูกเจ้าหน้าที่โบกให้ขับรถสวนฉันออกไป ขณะที่รถคันที่สามนั้นไม่ให้ออกไป ฉันดีใจที่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาติให้รถคันที่สามขับย้อนศรออกไป ฉันดีใจที่รถคันที่สามยอมหันหัวกลับ ฉันดีใจที่เห็นเหตุสิ่งเหล่านี้ได้ที่นี่ เพราะฉันคงรู้ศึกธรรมดาถ้าฉันเห็นภาพนี้ที่อื่น ฉันรักประเทศไทย
วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ฉันรักประเทศไทย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันได้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่สสท. ฉันเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสุวรรณภูมิ-พญาไท หรือที่เรา ๆ เรียกว่า แอร์พอร์ทลิ๊งค์ นั่นเอง ฉันให้พี่ไปส่งที่สถานีตอนเที่ยงตรง ฉันก้าวขึ้นบันไดฉับพลันคิดว่า น่าจะเป็นบันไดเลื่อนนะเพราะว่าจากพื้นขึ้นชั้นสองก็สูงพอสมควร แต่ก็ช่างเหอะ ที่สถานีนี้ ฉันสามารถซื้อตัวได้โดยตรงกับเจ้าหน้าที่ที่คอยให้บริการ
25 บาท เป็นค่าตั๋วรถไฟของฉัน และสามารถนั่งรถไฟสายนี้ได้ 3 สถานี ที่ ๆ บริเวณนี้ อากาศดีมาก ลมพัดเย็นสบาย แถมบันไดที่ขั้นไปชาญชลายังเป็นบันไดเลื่อนอีกด้วยแต่เสียดายที่มันหยุดนิ่ง(แล้วจะมีบันไดเลื่อนไว้ทำไม) เมื่อฉันพาตัวเองมาหยุดน่าบันไดเลื่อนพร้อมขยับขาขวาเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า บันไดเลื่อนตัวที่ฉันพึ่งจะบ่นไปเมื่อสักครู่ก็ขยับตัวพาฉันขึ้นไปพร้อมกับเสียงตะโกนมาจากแม่บ้านว่า มันเป็นระบบอัตโนมัตินะน้อง เซ็นเซอร์ ๆ
อาจเป็นเพราะว่าการเดินทางมาสถานีนี้ไม่สะดวก จึงมีผู้โดยสารที่นั่งรอไม่มากนัก ชาญชลาดูอืมครึม ดูเหมือนแสงสว่าง ไม่เพียงพอ และที่สำคัญ ลมไม่พัดโชยเหมือนชั้นขายตั๋ว สังเกตุได้จากการคนที่นั่งรออยู่ก่อนพัดโบกกันใหญ่ ฉันเองพอนั่งไปสักพักก็เริ่มมีเหงื่อออกตามใบหน้า จนอดไม่ได้ที่จะยกแขนมาปาดเหงื่อ นี่ฉันกับคนเหล่านี้ต้องรอรถไฟ 9 นาที ในที่แบบนี้เหรอ
ไม่กี่อึดใจต่อมา รถไฟก็พาฉันมาส่งฉันที่สถานีที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าไต้ดิน ฉันต่อรถไฟฟ้าได้ดินไปสถานีสุขุมวิท แล้วเดินต่อไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วหละ สสท. วันนี้ฉันก็เรียนอย่างมีความสุข ครูให้หัดเขียนตัวอักษร คาตากานะ การอ่านตัวเลข หลักพันขึ้นไป
หลังจากเรียนเสร็จแล้ว ฉันก็เลือกใช้บริการเส้นทางเดิมกับที่ฉันเดินทางมา รถไฟฟ้าไต้ดินจากสถานีสุขุมวิทมาส่งฉันที่สถานีเพชรบุรี และสิ่งที่ฉันได้เห็นก็คือ
ฉันดีใจที่โครงการน้ำประปาดื่มได้ มีประโยชน์ ถึงแม้ว่าฉันไม่เคยเห็นคนใหนดื่มน้ำประปาตามโครงการนี้ก็ตาม อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่สะดวกที่จะดื่ม ไม่มั่นใจว่าน้ำในโครงการนี้สะอาดหรือไม่ หรือว่าฉันมีเงินพอที่จะซื้อน้ำดื่มเองได้ หรือแม้แต่เหตุผลใด ๆ ก็ตาม
ฉันรักประเทศไทย
25 บาท เป็นค่าตั๋วรถไฟของฉัน และสามารถนั่งรถไฟสายนี้ได้ 3 สถานี ที่ ๆ บริเวณนี้ อากาศดีมาก ลมพัดเย็นสบาย แถมบันไดที่ขั้นไปชาญชลายังเป็นบันไดเลื่อนอีกด้วยแต่เสียดายที่มันหยุดนิ่ง(แล้วจะมีบันไดเลื่อนไว้ทำไม) เมื่อฉันพาตัวเองมาหยุดน่าบันไดเลื่อนพร้อมขยับขาขวาเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า บันไดเลื่อนตัวที่ฉันพึ่งจะบ่นไปเมื่อสักครู่ก็ขยับตัวพาฉันขึ้นไปพร้อมกับเสียงตะโกนมาจากแม่บ้านว่า มันเป็นระบบอัตโนมัตินะน้อง เซ็นเซอร์ ๆ
อาจเป็นเพราะว่าการเดินทางมาสถานีนี้ไม่สะดวก จึงมีผู้โดยสารที่นั่งรอไม่มากนัก ชาญชลาดูอืมครึม ดูเหมือนแสงสว่าง ไม่เพียงพอ และที่สำคัญ ลมไม่พัดโชยเหมือนชั้นขายตั๋ว สังเกตุได้จากการคนที่นั่งรออยู่ก่อนพัดโบกกันใหญ่ ฉันเองพอนั่งไปสักพักก็เริ่มมีเหงื่อออกตามใบหน้า จนอดไม่ได้ที่จะยกแขนมาปาดเหงื่อ นี่ฉันกับคนเหล่านี้ต้องรอรถไฟ 9 นาที ในที่แบบนี้เหรอ
ไม่กี่อึดใจต่อมา รถไฟก็พาฉันมาส่งฉันที่สถานีที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าไต้ดิน ฉันต่อรถไฟฟ้าได้ดินไปสถานีสุขุมวิท แล้วเดินต่อไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วหละ สสท. วันนี้ฉันก็เรียนอย่างมีความสุข ครูให้หัดเขียนตัวอักษร คาตากานะ การอ่านตัวเลข หลักพันขึ้นไป
หลังจากเรียนเสร็จแล้ว ฉันก็เลือกใช้บริการเส้นทางเดิมกับที่ฉันเดินทางมา รถไฟฟ้าไต้ดินจากสถานีสุขุมวิทมาส่งฉันที่สถานีเพชรบุรี และสิ่งที่ฉันได้เห็นก็คือ
ฉันดีใจที่โครงการน้ำประปาดื่มได้ มีประโยชน์ ถึงแม้ว่าฉันไม่เคยเห็นคนใหนดื่มน้ำประปาตามโครงการนี้ก็ตาม อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่สะดวกที่จะดื่ม ไม่มั่นใจว่าน้ำในโครงการนี้สะอาดหรือไม่ หรือว่าฉันมีเงินพอที่จะซื้อน้ำดื่มเองได้ หรือแม้แต่เหตุผลใด ๆ ก็ตาม
ฉันรักประเทศไทย
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
เพลงของพ่อ - หลอกยิ่งกว่าผี
ฉันกลัวแล้วเออเธอจ๋า อย่ามาหลอกหลอน
ร่างงามอรชร ฉันกลัวกว่าผีปีศาจ
ก่อนเธอบอกรัก ทิ้งฉันอกหักให้อยู่อนาถ
ทุกวันฉันหวาด เพราะเธอตัดสวาทจากฉัน
ฉันกลัวแล้วเออ เพราะเธอหลอกยิ่งกว่าผี
ทุกวันทุกวี่ ฉันนี่ยังไม่หายสั่น
เธอยังไม่ตาย แต่ใจเฮั้ยนกว่าผีหลายพัน
ผู้ชายต่างกลัวทั่วกัน เพราะเธอนั้นเที่ยวหลอกลวงเขา
อย่ามาจ๊ะจ๋าถ้อยคำอ่อนหวาน
ได้ยินแล้วสั่น เสียงเธอหวานกว่านางนากหลายเท่า
หากเธอโผลล่มาตรงหน้า ตอนที่ฉันปวดเบา
คงฉี่ราดแน่แล้วสิเรา ปากตะโกนโดนเธอหลอกอีกแล้ว
ฉันกลัวแล้วเอาขอเธอจงไปที่ชอบ
รักเราไม่สมประกอบ จงไปที่ชอบเถิดนะน้องแก้ว
วิมาณรักพัง ความหวังที่เคยเพริดแพร้ว
เธอพรากจากฉันเสียแล้ว ขอให้น้องแก้วจงไปที่ชอบ
ร่างงามอรชร ฉันกลัวกว่าผีปีศาจ
ก่อนเธอบอกรัก ทิ้งฉันอกหักให้อยู่อนาถ
ทุกวันฉันหวาด เพราะเธอตัดสวาทจากฉัน
ฉันกลัวแล้วเออ เพราะเธอหลอกยิ่งกว่าผี
ทุกวันทุกวี่ ฉันนี่ยังไม่หายสั่น
เธอยังไม่ตาย แต่ใจเฮั้ยนกว่าผีหลายพัน
ผู้ชายต่างกลัวทั่วกัน เพราะเธอนั้นเที่ยวหลอกลวงเขา
อย่ามาจ๊ะจ๋าถ้อยคำอ่อนหวาน
ได้ยินแล้วสั่น เสียงเธอหวานกว่านางนากหลายเท่า
หากเธอโผลล่มาตรงหน้า ตอนที่ฉันปวดเบา
คงฉี่ราดแน่แล้วสิเรา ปากตะโกนโดนเธอหลอกอีกแล้ว
ฉันกลัวแล้วเอาขอเธอจงไปที่ชอบ
รักเราไม่สมประกอบ จงไปที่ชอบเถิดนะน้องแก้ว
วิมาณรักพัง ความหวังที่เคยเพริดแพร้ว
เธอพรากจากฉันเสียแล้ว ขอให้น้องแก้วจงไปที่ชอบ
วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554
ขายหนังสือธรรมะ ฌ.มูลนิธิ บ้านอารีย์
28 เมษา แสดงธรรมโดยพระอาจารย์ มิตซูโอะ คเวศโก เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม บรรดาญาติธรรมคำนวนโดยประมาณ300คน ทำให้สถานที่คับแคบไปทันตา ก่อนการแสดงธรรมก็มีการทำวัตรเย็นก่อน ประมาณ45นาที หลังจากนั้นจึงเป็นฟารแสดงธรรม
สัมหรับวันนี้ ธรรมะที่ท่านแสดงนั้น และแน่นอนครับ ที่ขาดไม่ได้ก็ต้องมีหนังสือมาจำหน่ายด้วย เสื้อยืด และผลิตภัณฑ์ซาโอริ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้มาครับ
พระอาจารย์มอบเงินบุญทั้งหมดที่ญาติธรรมถวายทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 13/3/54 จนถึงสิ้นเดือนเมษานี้ให้แก่ชาวญี่ปุ่นผู้ประสบภัยสึนามิ โดยท่านจะเดินทางไปมอบด้วยตัวเองในระหว่างวันที่5ถึง15เดือน5
ก่อนหน้านี้ท่านก็ได้มอบเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้แล้วโดยมอบผ่านครอบครัวข่าว3
สำหรับวันนี้ขอฝากธรรมะที่ท่านแสดงสักหนึ่ง ว่า "การเคารพกฏกติกาก็ถือได้ว่ารักษศีลแล้ว"
สัมหรับวันนี้ ธรรมะที่ท่านแสดงนั้น และแน่นอนครับ ที่ขาดไม่ได้ก็ต้องมีหนังสือมาจำหน่ายด้วย เสื้อยืด และผลิตภัณฑ์ซาโอริ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้มาครับ
พระอาจารย์มอบเงินบุญทั้งหมดที่ญาติธรรมถวายทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 13/3/54 จนถึงสิ้นเดือนเมษานี้ให้แก่ชาวญี่ปุ่นผู้ประสบภัยสึนามิ โดยท่านจะเดินทางไปมอบด้วยตัวเองในระหว่างวันที่5ถึง15เดือน5
ก่อนหน้านี้ท่านก็ได้มอบเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้แล้วโดยมอบผ่านครอบครัวข่าว3
สำหรับวันนี้ขอฝากธรรมะที่ท่านแสดงสักหนึ่ง ว่า "การเคารพกฏกติกาก็ถือได้ว่ารักษศีลแล้ว"
Published with Blogger-droid v1.6.8
วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554
27 มีนา 54
วันเปิดเรียนวันแรก แต่ไปแรท ที่จตุจักรซะงั้น เรื่องก็คือพา ชิจังไปช็อปนั่นเอง มัวแต่สนุกเพลินเลยลืมดูเวลา รู้ตัวอีกทีก็บ่ายสามกว่าแล้ว ใหน ๆ ก็ใหน ๆ ช็อปต่อซะเลย
วันนี้ได้เสื้อมาตัวหนึ่ง โมเดลหอไอเฟลสามมิติ กับรองเท้าสวมคู่หนึ่ง อ่อต้นบัวสองกำห้าสิบด้วย ที่ทำงานฝากซื้อ ส่วนชิจังก็ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะตุ้มหู ประมาณห้าคู่ได้มั๊ง ไหนจะสร้อยคอ และ เม็ด ๆ กระดุม ลูกปัด ที่สำคัญ ชิจังไปปิ้งเอากับเฮนนา สักสีดำ เธอให้ช่างสักชือเธอเป็นภาษาไทย คั่นระหว่างกลางชื่อกับนามสกุลด้วย ดอกบัวซึ่งเป็นความหมายของชื่อของเธอ
ยังไงก็ไม่ลืมที่จะไปรีจิตะเรชั่น ลงชื่อว่าอันตัวผมนี้จะไปเรียนแน่นอนครับ แต่ครั้งแรกนี้ขอบายก่อนนะฮ๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
วันนี้ได้เสื้อมาตัวหนึ่ง โมเดลหอไอเฟลสามมิติ กับรองเท้าสวมคู่หนึ่ง อ่อต้นบัวสองกำห้าสิบด้วย ที่ทำงานฝากซื้อ ส่วนชิจังก็ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะตุ้มหู ประมาณห้าคู่ได้มั๊ง ไหนจะสร้อยคอ และ เม็ด ๆ กระดุม ลูกปัด ที่สำคัญ ชิจังไปปิ้งเอากับเฮนนา สักสีดำ เธอให้ช่างสักชือเธอเป็นภาษาไทย คั่นระหว่างกลางชื่อกับนามสกุลด้วย ดอกบัวซึ่งเป็นความหมายของชื่อของเธอ
ยังไงก็ไม่ลืมที่จะไปรีจิตะเรชั่น ลงชื่อว่าอันตัวผมนี้จะไปเรียนแน่นอนครับ แต่ครั้งแรกนี้ขอบายก่อนนะฮ๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
![]() |
| จตุจักร ไคร ๆ ก็ไปกัน |
![]() |
| ชิจัง สักสี ชื่อตัวเอง |
![]() |
| โมเดลหอไอเฟลสามดี อิอิ เพลิน ๆ |
วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553
In my life # 3
4/12/2010
ตื่นแต่เช้าอีกวัน นั่งรถเมล์ต่อรถไฟฟ้าไปลงนานา ไม่ไช่นานา ไรบินา แต่เป็น นานา เอ๊ะยังไง มาขายซาโอริเช่นเดิม แต่สถานที่เปลี่ยนไปเป็นคิวของโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์
แต่โทษที ช้าไปครึ่งชั่วโมง ก็มัวแต่เดินหาว่าอยู่ตรงใหนนี่แหละ เด็กนอกเข้ากรุงก็งงเป็นธรรมดา ขออาภัย
โอ้โห๋ ฿&*(#$%& โรงพยาบาลอะไรวะใหญ่โตดีแท้ รถแต่ละคันที่วิ่งเข้าออกก็ล้วนแต่ราคาแพงทั้งนั้น นั้งแท็กซี่มาก็ยังมีคนคอยเปิดประตูให้อีก แอบคิดในใจหากกุนั่งแท็กซี่มาเขาจะเปิดประตูให้ใหมน๊า ห๊ะ ห๊ะ ห๊ะ ยังดีนะที่ป้าๆ น้าๆ ใจดี และก็พี่คนสวยมาช่วยจัดร้าน (ปลื้มตรงนี้แหละ) ครั้งหน้าจะไม่พลาดขอชักภาพสักใบนะ นะ
งานขายซาโอริที่นี่ไม่ค่อยยุ่งยากเท่าใหร่นัก ลูกค้ามีทุกชนชาติ ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง แขก หรือพวกแถบแอฟริกา ก็มาหมด สินค้าที่ขายดีก็น่าจะเป็นสินค้าจำพวก การ์ด ต้นสน หรืออะไรที่เกี่ยวกับ
คริสต์มาส
ไม่ต้องไปใหนไกลเลยครับ ร้านข้างซ้ายมือเป็นตัวอย่าง คุณป้าฝรั้งแกซื้อซ๊ะสองตะกร้าเต็มๆ ประมาณคร่าวๆ ละ 300 ใบ คูณ 60 ไปสิ เท่าใหร่กันหว่า ร้านข้างขวาก็เหมือนกัน เซตวันคริสต์มาส 6 ชิ้น เซตละ 890 บาท ขายไป 8 เซต เท่าใหร่กันหว่า และยังมีที่แยกขายอีกหละ ร้าน ข้างหลังผมขายของที่ใฃ้ในสปาก็ขายดีไม่แพ้กัน ผมเองก็ไม่มีเวลาได้เดินสำรวจเลยแต่คิดว่าร้านอื่น ๆ ก็คงจะขายดีเหมือนกัน
เที่ยงกว่าแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเช่นเคย แต่โชคดีที่น้าหนึ่งาถึงแล้วก็เลยให้เฝ้าร้านแทนหน่อย ครับ ตามผมมาไปหาข้าวกินกันครับ
จากห้องโถงบริเวณจัดงานเดินขั้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง ที่นั้นมีศูนย์อาหารแต่ก็ต้องหันหลังกลับแทบไม่ทันทั้งที่ผมยังไม่ได้อ่านชื่อเมนูอาหารด้วยซั้า 60 80 100 บาท เออเห้ยย ทำไมมันแพงยังงี้ สุดท้ายก็ต้องพึ่งร้านอาหารตามสั่งข้างถนนเช่นเดิมรอดไปอีกมื้อ
เลิกงานแล้ววันนี้ น้าหนึ่งมีนัดบอร์ดประชุมงานสำคัญ บอกไม่ได้นะครับขอเก็บไว้เป้นความลับ อิอิ ส่วนสถานนัดบอร์ดก็แถว ๆ แยกพญาไท ถนนเพชรบุรี แน่นอนครับ ร้านอาหารอีสารเป็นที่เหมาะสมกับพวกเราเป็นอย่างยิ่ง น้าหนึ่งชิงสั่งเนื่อย่างก่อนใคร จากนั้นก็เป็นคิวของ น้ำตก ซกเล็ก ต้มแซบเนื้อ ตบท้ายด้วย สิงโต อีกฝูงหนึ่ง ผมได้รู้อะไรบางอย่างจากการนัดบอร์ดครั้งนี้ แต่ต้องขออภัยที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเรื่องราวลึกลับซับซ้อน ยากที่จะเข้าใจได้ และเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมาจากการรับฟังแค่เพียงครั้งเดียว หะหะหะ
ตีสองแล้งเด้อ นึกถึงเพลงของ พี สะเดิดจังเลย ด้วยทางร้านที่ต้องปิดในเวลานั้นจึงทำให้การนัดบอร์ดของพวกเราต้องยุติลง ฉะนี้แล
แต่ยังหรอกครับ
ไปเกะ กันใหม คำสั้น ๆ แต่เป็นที่รู้กันในบอร์ด พวกเราจึงตกลงไปต่อกันที่เกะไกล้ ๆ กับร้านอาหารอีสานนั่นเอง แถมยังมีชวนสิงโตไปด้วยอีกหกตัว
กว่าจะกลับถึงห้องพักฝั่นธนก็ปาเข้าไปกว่าตีห้าแล้ว ราตรีนี้ชั่งสั้นนัก
5/12/2010
7:30 เพิ่งจะได้นอนแปปเดียว ต้องไปขายของอีกแล้ว รีบเลยแทกซี่จัดไป กลัวไม่ทัน แวะไปเอาของที่สาทรก่อน
ก็ไม่แน่ใจว่าเขานัดเวลาเอาไว้กี่โมง พอไปถึงยัง ไม่มีไครมาสักคน เอ๋!!!! ใช่ที่นี่ใหมหว่า อ๊ะ อ๊ะ นั่นพี่จอยนี่หน่า เยี่ยมไปเลย
วันนี้ขายที่ Aree Garden แหล่งชิล ๆ บรรยากาศสบายท่ามกลางสวนสวยๆ น่ารัก ๆ เสียดายที่พื้นที่เล็กไปหน่อย แต่เยี่ยม
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
In my life # 2
ออกจากบ้านแต่หกโมงเช้า ขี่รถเมล์ ต่อรถไฟฟ้า ที่วงเวียนใหญ่ลงที่พร้อมพงษ์ สุขุมวิทซอย 11 สถานที่ตั้งตึกจัสมินซิตี้
มาขายของครับผม เป็นงานขายสินค้า handmade โดยตรงจากกลุ่มผู้ผลิตต่าง ๆ ผมไปในนามกลุ่มซาโอริซึ่งเป็นสินค้าจากผ้าทอ และยังมีสินค้าอื่นอีกมากมาย ล้วนแต่เป็นสินค้าชั้นดีที่รวบรวมมาอยู่ที่นี่ดำเนินการโดย Thaicraft
อีกวันก็ที่ ISE เพราะว่าโรงเรียนจัดงาน Family fun day โรงเรียนนี้คนญี่ปุ่นเยอะเชียวหละประมาณสัก 70 % น่าจะได้ มาถึงก็ おはよう ผมก็ おはよう กับเขาด้วย ฮ่า ๆ เด็กนักเรียนน่ารักจริงๆ
เปิดร้านก่อนนะครับ
The FFD Family Fun Day แปลได้ว่า วันสนุก ๆ ของครอบครัว ช่ายป่าวหว่า ฮ่าๆๆ ห้าโมงกว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ใส้กิ่วแล้ว ลูกน้องในกระเพาะ ก็ชะเง้อรอกันใหญ่ว่าเมื่อใหร่เจ้านายใหญ่ของพวกมันจะแบ่งปันด้วยการส่งอาหารเข้าท้องสักที ว่าแล้วก็ขอตัว
กำ.... กินอะไรดีหละ ร้านข้าวแกงอยู่ใหน ร้านอาหารตามสั่งก็ไม่มี อิ๊บแล้ววววว
เดินดุ่ยๆ ไปหน้าร้านอาหาร หน้าตาไม่เหมือนไม่เป็นไร เอาฟะ
A: おはよう ございます。
B: おはよう ございます。日本人ですか。
A: (รีบโบกมือเป็นการใหญ่ ) いいえ、タイ人です。
これは、なんですか。
B: まきすしです。(ถ้าจำไม่ผิดนะ แปลว่าข้าวห่อสาหร่าย)
A: まきすし。ummmm...いくらですか。
B: はちじゅう です。
A: นับนิ้วๆ เท่าใหร่ฟระ
B:แปกุสิบบาทคะ
A:อ่อครับ あらがとう
น้ำ น้ำ อ๊ะ นั่นไง ซุ้มขายน้ำของโรงเรียนอาจารย์ฝรั่ง เอาแล้วไง ฟอไฟฟุดฟิด อีกแล้ว
A: Hello, May i help you?
B: yes, I need water one bottle.........
B: How much?
A: Two coupons.
B:eee,Two coupons!!! I can't use cash?
A: No No !!, Sorry, Please buy the coupons there .
กำ...จะกินน้ำยังลำบาก แล้ว Two coupon นี่มันเท่าไหร่กันหว่า
A: Hello, Two coupon please. How much?
B: 20 baht
โอ้ยย แพงโครตตตตต(คิดในใจ) เออ ก็มันโรงเรียนนานาชาตินี่หน่า
กว่าจะได้ข้าว ได้น้ำ มากินทำไมหลายขั้นตอนจังน้า
ไปดูว่าเขามีอะไรกันบ้างดีกว่านะ นะ
มาขายของครับผม เป็นงานขายสินค้า handmade โดยตรงจากกลุ่มผู้ผลิตต่าง ๆ ผมไปในนามกลุ่มซาโอริซึ่งเป็นสินค้าจากผ้าทอ และยังมีสินค้าอื่นอีกมากมาย ล้วนแต่เป็นสินค้าชั้นดีที่รวบรวมมาอยู่ที่นี่ดำเนินการโดย Thaicraft
อีกวันก็ที่ ISE เพราะว่าโรงเรียนจัดงาน Family fun day โรงเรียนนี้คนญี่ปุ่นเยอะเชียวหละประมาณสัก 70 % น่าจะได้ มาถึงก็ おはよう ผมก็ おはよう กับเขาด้วย ฮ่า ๆ เด็กนักเรียนน่ารักจริงๆเปิดร้านก่อนนะครับ
The FFD Family Fun Day แปลได้ว่า วันสนุก ๆ ของครอบครัว ช่ายป่าวหว่า ฮ่าๆๆ ห้าโมงกว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ใส้กิ่วแล้ว ลูกน้องในกระเพาะ ก็ชะเง้อรอกันใหญ่ว่าเมื่อใหร่เจ้านายใหญ่ของพวกมันจะแบ่งปันด้วยการส่งอาหารเข้าท้องสักที ว่าแล้วก็ขอตัว
กำ.... กินอะไรดีหละ ร้านข้าวแกงอยู่ใหน ร้านอาหารตามสั่งก็ไม่มี อิ๊บแล้ววววว
เดินดุ่ยๆ ไปหน้าร้านอาหาร หน้าตาไม่เหมือนไม่เป็นไร เอาฟะ
A: おはよう ございます。
B: おはよう ございます。日本人ですか。A: (รีบโบกมือเป็นการใหญ่ ) いいえ、タイ人です。
これは、なんですか。
B: まきすしです。(ถ้าจำไม่ผิดนะ แปลว่าข้าวห่อสาหร่าย)
A: まきすし。ummmm...いくらですか。
B: はちじゅう です。
A: นับนิ้วๆ เท่าใหร่ฟระ
B:แปกุสิบบาทคะ
A:อ่อครับ あらがとう
น้ำ น้ำ อ๊ะ นั่นไง ซุ้มขายน้ำของโรงเรียนอาจารย์ฝรั่ง เอาแล้วไง ฟอไฟฟุดฟิด อีกแล้ว
A: Hello, May i help you?
B: yes, I need water one bottle.........
B: How much?
A: Two coupons.
B:eee,Two coupons!!! I can't use cash?
A: No No !!, Sorry, Please buy the coupons there .
กำ...จะกินน้ำยังลำบาก แล้ว Two coupon นี่มันเท่าไหร่กันหว่า
A: Hello, Two coupon please. How much?
B: 20 baht
โอ้ยย แพงโครตตตตต(คิดในใจ) เออ ก็มันโรงเรียนนานาชาตินี่หน่า
กว่าจะได้ข้าว ได้น้ำ มากินทำไมหลายขั้นตอนจังน้า
ไปดูว่าเขามีอะไรกันบ้างดีกว่านะ นะ
![]() |
| เด็กตัวนิดเดียว แต่ใจกล้าจริงๆ |
![]() |
| เด็กโตก็ไม่เว้น น่ารักจริงๆเชียว |
![]() |
| คุณครูก็อดใจไม่ใหว ขอเล่นด้วยคน |
![]() | ||
| คล้ายสาวน้อยตกน้ำ แต่เป็นน้ำตกใส่ฝรั่ง |
![]() |
| ญี่ปุ่นก็ปาโป่งเป็นนะ |
![]() | |
| เคร่องเล่นตั้งกลางแดด กันเลยทีเดียว |
![]() |
| บรรยากาศ ร้านอาหาร ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง ไทย |
| |
| มีจับฉลากแจกรางวัลด้วย รางวัลใหญ่คือ IPOD หุหุ |
![]() |
| ศิลปะ เด็กเกาหลี |
In my life # 1
และแล้วชีวิตผมก็หมุนอีกครั้ง
ใครเล่าจะรู้ล่วงหน้า เมื่อเดินไม่รู้จักระมัดระวังก็ต้องตกท่อระบายน้ำเป็นธรรมดา สมน้ำหน้า แต่จะให้ทำยังไงหละ เมื่อทุกๆ คนก็อยากเอาแต่ตัวเองรอดเท่านั้น ไม่มีใครมีน้ำใจช่วยคนอื่นหรอก นั่นเป็นเรื่องจริง เมื่อผมได้เจอเข้ากับตัวเองเข้าจึงได้เข้าใจ พวกเรามันก็ลูกจ้างเหมือน ๆ กัน แตกต่างกันเพียงทำหน้าที่ต่่างกันเท่านั้น ต่างคนต่างก็อยากให้ตัวเองรอดเท่านั้น พร่ำเพียงแต่น้อยเพื่อให้ผ่านคลายก็พอ ต่อจากนี้ต่างหากว่าจะทำยังไงดี
ใครเล่าจะรู้ล่วงหน้า เมื่อเดินไม่รู้จักระมัดระวังก็ต้องตกท่อระบายน้ำเป็นธรรมดา สมน้ำหน้า แต่จะให้ทำยังไงหละ เมื่อทุกๆ คนก็อยากเอาแต่ตัวเองรอดเท่านั้น ไม่มีใครมีน้ำใจช่วยคนอื่นหรอก นั่นเป็นเรื่องจริง เมื่อผมได้เจอเข้ากับตัวเองเข้าจึงได้เข้าใจ พวกเรามันก็ลูกจ้างเหมือน ๆ กัน แตกต่างกันเพียงทำหน้าที่ต่่างกันเท่านั้น ต่างคนต่างก็อยากให้ตัวเองรอดเท่านั้น พร่ำเพียงแต่น้อยเพื่อให้ผ่านคลายก็พอ ต่อจากนี้ต่างหากว่าจะทำยังไงดี
วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553
First grade Kanji
一 いち 1
二 に 2
三 さん 3
四 よん 4
五 ご 5
六 ろく 6
七 しち 7
八 はち8
九 く 9
十 じゅう 10
百 ひゃく 100
千 せん 1000
日 にち Sun
月 げつ Moon
火 か Fire
水 すい Water
木 もく Wood
金 きん Gold
土 ど Soil
上 じょう Up
下 か Down
有 う Right
左 さ Left
大 だい Big
中 ちゅう Middle
小 しょう Small
入 にゅう To enter
出 しゅつ Go out
男 だん Man
女 じょ Woman
子 し Child
人 じん Human People
口 くち Mouth
目 め Eye
手 て Hand
耳 みみ Ear
足 あし Foot
二 に 2
三 さん 3
四 よん 4
五 ご 5
六 ろく 6
七 しち 7
八 はち8
九 く 9
十 じゅう 10
百 ひゃく 100
千 せん 1000
日 にち Sun
月 げつ Moon
火 か Fire
水 すい Water
木 もく Wood
金 きん Gold
土 ど Soil
上 じょう Up
下 か Down
有 う Right
左 さ Left
大 だい Big
中 ちゅう Middle
小 しょう Small
入 にゅう To enter
出 しゅつ Go out
男 だん Man
女 じょ Woman
子 し Child
人 じん Human People
口 くち Mouth
目 め Eye
手 て Hand
耳 みみ Ear
足 あし Foot
วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553
RBS # 6 ปลูกต้นไม้ที่บ้านคลองบ่ง
รถกระบะจำนวนหลายคันที่มาจอดรอเหล่าอาสานั้น บัดนี้ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากสวนลุงโชคท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาพอให้ชุ่มฉ่ำกาย อาสาหลายท่านถูกห่อหุ้มด้อยเสื้อกันฝนตัวใหญ่เพียงเพื่อปกป้องตัวเองจากสายฝนพรำ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสักที ในขณะที่บางท่านนั้นปล่อยให้สายฝนกระทบร่างกาย ผมเองก็เตรียมเสื้อกันฝนติดมาด้วยเหมือนกัน แต่ปล่อยให้นอนนิ่งเฝ้าเต็นท์ดีกว่า ในเมื่อเรามาเพื่อใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้วจะปล่อยให้เรื่องแค่นี้มาบันทอนความรักธรรมชาติของเราทำไมกัน ว่าแล้วก็ ลุยโล๊ดดดดดดดดดด โชเฟอร์พาพวกเราอาสากลุ่มสีเขียวและกลุ่มสีเหลืองมาที่หมู่บ้านคลองบ่ง โอ๊ย....... นี่พวกเราต้องปลูกต้นไม้บนยอดเขาเลยเหรอนี่ แค่เห็นยอดเขาที่จะต้องปีนขึ้นไปปลูกก็ท้อแล้ว หนำซ้ำพื้นที่ที่รกอีก หรือนี่จะเป็น คำนิยามของการปลูกป่า
และแน่นอนครับ คนเราจะทำอะไรทั้งที่ อยู่ๆจะทำเลยไม่ได้ ต้องมีประธานเปิดงานกันสักนิด พื้นที่รอบบริเวณนี้เป็นพื้นที่จัดสรรใหม่โดยภาครัฐ โดยที่จะแบ่งให้เกษตรกรคนละ 2.5 ไร่ เพื่อทำมาหากิน ซึ่งเกษตรการในละแวกนี้จะเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ๆ พิธีเปิดถูกดำเดินการไปอย่างเรียบง่าย มีการกล่าวต้อนรับจากผู้นำชุมชนถึงที่มาของการปลูกป่าในครั้งนี้ รวมไปถึงการแนะนำวิธีการปลูกป่าตามแบบฉบับของลุงโชค
ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับ ด้วยสภาพที่ต้องปลูกบนเขาที่สูงชัน จึงไม่ใช่เรื่องงายเลยที่ภารกิจจะสำเร็จลุล่วงด้วยดี สายฝนที่โปรยปรายก่อนหน้านี้ได้หยุดลงแล้วคงเหลือเพียง ยังคงเหลือเพียงสองสิ่งที่ฝนทิ้งไว้ให้นั่นก็คือ ความชุ่มฉ่ำ และก็ ลื่น !!!!! แต่นั่นมามิอาจทำให้ความตั้งใจอันแรงกล้าของเหล่าอาสาลดลงแต่อย่างใด เมือได้สัญญานเริ่มต้น บรรดาสาต่างก็เร่งจับคู่บัดดี้กันกับน้อง ๆ นักเรียนตัวน้อยและชาวบ้านที่มาร่วมงานในครั้งนี้ เห็นใหมหละนอกจากจะได้ปลูกป่าแล้วยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์กันอีกด้วย พร้อมกับหอบหิ้วต้นกล้าคนละต้น สองต้น (แล้วจะครบ 1800 ไหมเนี้ย) บ้างก็ขอเดินตัวเปล่าดีกว่า (เพราะแค่จะพาร่างกายไปให้ถึงจุดหมายก็ลำบากแล้ว) ยังดีที่น้อง ๆ และชาวบ้าน ได้นำต้นกล้าไปลงหลุมเตรียมเอาไว้ให้แล้วบางส่วนนั่นเอง
เมื่อต้นกล้าต้นสุดท้ายถูกกลบด้วยดิน นั่นหมายถึงภารกิจของพวกเราในวันนี้สิ้นสุดลงแล้วอย่างภาคภูมิ บางท่านอาจปลูกได้มากถึง 50 ต้น บางท่าน อากปลูกได้เพียง 5 ต้น ส่วนบางท่าน ไม่ได้ปลูกเลย หรือยิ่งกว่านั้น นอกจากจะไม่ได้ปลูกแล้ว ยังไปเหยียบต้นกล้าที่ปลูกอีกด้วย แต่นั่นไม่ไช่สาระสำคัญเลย การได้เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่ดำเนินไปท่ามกลางความสุข ความสมัครสมาน สามัคคี ความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรอยยิ้มที่เกิดขึ้นต่างหากหละครับที่เป็นสาระที่สัมคัญที่สุด (ผมว่านะ) ต่อจากนี้ไปก็คงเป็นชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้สินะครับที่จะต้องดูแลรักษาให้ต้นกล้าที่ได้ปลูกกันในวันนี้ให้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นป่าใหญ่ที่สมบูรณ์ต่อไป
“การปลูกต้นไม้ทำได้ง่ายไม่ยาก แต่การดูแลรักษานั้นทำได้ยากไม่ง่าย “
RBS # 5 ลุงโชค
เหล่าอาสาพร้อมหน้ากันอีกครั้งในศาลา 108 ตัวแทนโครงการกล่าวเปิดงาน และที่สำคัญ การปรากฏกายชองชายผู้หนึ่งที่ทำให้เหล่าอาสาต่างตกอยู่ในภวังค์ ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ ท่าทางทะมัดทะแมง ไว้เครา ย้อมผมสีขาวปกปิดร่างการด้วยกางเกงสามส่วนกับเสื้อม่อฮ่อม และมีผ้าขาวม้าพาดไหล่ขวาเอาไว้ ดูโก้ทีเดียว น้ำเสียงอ่อนนุ่มของชายผู้นี้ที่เปล่งออกมาแต่ละคำนั้นช่างไพเราะเสียเหลือเกิน ชวนฟังยิ่งนัก ไหนจะบุคลิกภาพที่ชวนให้น่าหลงใหลเป็นที่สุด นี่ผมคงตกหลุมรักเข้าให้แล้ว
การกล่าวต้อนรับพวกเราเหล่าอาสาผู้มาเยือน ของชายผู้นี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย เรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ยินล้วนแต่ทำให้บรรดาเหล่าอาสาทุกคนอมยิ้ม อึ้ง ทึ่ง ในสิ่งที่ชายผู้นี้บรรยายออกมา ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้การสร้างอานาจักรแห่งนี้ถูกเปิดเผยอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น แต่ก็ทำให้ทราบได้ว่า การสร้างอานาจักรแห่งนี่ไม่ไม่ได้สร้างกันภายในพริบตา ไม่ได้เกิดจากโชคชะตา แต่เป็นการใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมาก ความล้มเหลว ความยากลำบาก การดูถูกเหยียดหยามจากผู้ไม่รู้ การลองผิดลองถูก จนกระทั้งทุกวันนี้ผลจากความพยายาม ความคิดดีทำดีได้เกิดผลสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ให้ผู้คนได้นำไปเป็นแบบอย่าง เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งเรียนรู้ รวมไปถึงฐานปฏิบัติการพิทักษ์เขาแผงม้าอีกด้วย
“ลุงโชคดี ปรโลกานนท์”
ถ่ายคู่กับลุงโชค แอบเขิลลลล
การกล่าวต้อนรับพวกเราเหล่าอาสาผู้มาเยือน ของชายผู้นี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย เรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ยินล้วนแต่ทำให้บรรดาเหล่าอาสาทุกคนอมยิ้ม อึ้ง ทึ่ง ในสิ่งที่ชายผู้นี้บรรยายออกมา ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้การสร้างอานาจักรแห่งนี้ถูกเปิดเผยอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น แต่ก็ทำให้ทราบได้ว่า การสร้างอานาจักรแห่งนี่ไม่ไม่ได้สร้างกันภายในพริบตา ไม่ได้เกิดจากโชคชะตา แต่เป็นการใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมาก ความล้มเหลว ความยากลำบาก การดูถูกเหยียดหยามจากผู้ไม่รู้ การลองผิดลองถูก จนกระทั้งทุกวันนี้ผลจากความพยายาม ความคิดดีทำดีได้เกิดผลสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ให้ผู้คนได้นำไปเป็นแบบอย่าง เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งเรียนรู้ รวมไปถึงฐานปฏิบัติการพิทักษ์เขาแผงม้าอีกด้วย
“ลุงโชคดี ปรโลกานนท์”
ถ่ายคู่กับลุงโชค แอบเขิลลลล
วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
RBS # 4 กิ๊บเซต
เช้าแล้ว ผมรีบตื่นมาสูดอากาศยามเช้า เช่นเดียวกับเหล่าอาสาอีกหลาย ๆ คนที่คิดตรงกัน อากาศยามเช้าที่นี่สดชื้นยิ่งนัก นกกระจิบตัวน้อยที่ตื่นมารับอรุณต่างส่งเสียงเจื้อยแจ้วมาตามสายลม ประตังว่ากำลังปลุกเหล่าอาสาที่ยังคงหลับใหลให้ตื่นขึ้นมา ไม่นานนักผมต้องตัดใจจากบรรยากาศเหล่านี้เพื่อไปทำภารกิจส่วนตัวกันสักนิด (ข้าศึกบุก เง้อ)
เจ้าเพื่อนใหม่ยังคงหลับใหลอยู่ภายในเต็นท์ที่อบอุ่น ในขณะที่ผมเองกำลังตัดสินใจว่าจะปลุกเพื่อนใหม่นั่นเอง
อาสาครับ ตื่นได้แล้วนะครับ ใครที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเชิญไปรับแจกกิ๊บเซตและทานกาแฟ ที่ศาลา 108 ก่อนนะครับ นะครับ (เฮ้อ โล่ง นึกว่าจะต้องปลุกเองซะแล้ว)
ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อรู้ว่าจะได้ใส่เสื่อสีม่วงในอีกไม่กี่อึดใจ ผมยื่นมือที่สั่นเท่าเล็กน้อย(พยายามเกร็งไว้ อายเขา) ไปรับกิ๊บเซตจากทีมงานพร้อมกับเอ่ยปากขอบคุณ ทันใดนั้นเองทีมงานท่านหนึ่งก็พูดขึ้นดังๆว่า (จำได้นะว่าเป็นผู้หญิง)
“แล้วน้องจะใส่หมวกได้ไหมเนี้ยย “
เท่านั้นแหละ ทำนบที่อืมครืมก็ถูกกลบเสียงฮา ดังลั่นของเพื่อนๆอาสาที่ยืนอยู่รายรอบ (บ้างก็ชื่นชมกับกิ๊บเซต บ้างก็ทานเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ ) ในเวลาเดียวกับที่ผมยังตกอยู่ใน ภวังค์ ของความอาย แล้วรีบปลีกตัวออกไปจากตรงนั้นทันทีเมื่อตั้งสติได้แล้ว ( อายสุดๆ)
เจ้าเพื่อนใหม่ยังคงหลับใหลอยู่ภายในเต็นท์ที่อบอุ่น ในขณะที่ผมเองกำลังตัดสินใจว่าจะปลุกเพื่อนใหม่นั่นเอง
อาสาครับ ตื่นได้แล้วนะครับ ใครที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเชิญไปรับแจกกิ๊บเซตและทานกาแฟ ที่ศาลา 108 ก่อนนะครับ นะครับ (เฮ้อ โล่ง นึกว่าจะต้องปลุกเองซะแล้ว)
ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อรู้ว่าจะได้ใส่เสื่อสีม่วงในอีกไม่กี่อึดใจ ผมยื่นมือที่สั่นเท่าเล็กน้อย(พยายามเกร็งไว้ อายเขา) ไปรับกิ๊บเซตจากทีมงานพร้อมกับเอ่ยปากขอบคุณ ทันใดนั้นเองทีมงานท่านหนึ่งก็พูดขึ้นดังๆว่า (จำได้นะว่าเป็นผู้หญิง)
“แล้วน้องจะใส่หมวกได้ไหมเนี้ยย “
เท่านั้นแหละ ทำนบที่อืมครืมก็ถูกกลบเสียงฮา ดังลั่นของเพื่อนๆอาสาที่ยืนอยู่รายรอบ (บ้างก็ชื่นชมกับกิ๊บเซต บ้างก็ทานเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ ) ในเวลาเดียวกับที่ผมยังตกอยู่ใน ภวังค์ ของความอาย แล้วรีบปลีกตัวออกไปจากตรงนั้นทันทีเมื่อตั้งสติได้แล้ว ( อายสุดๆ)
ชุดกิ๊บเซต
1. กระเป๋าเป้สะพาย
2. เสื้อสีม่วง
3. ปลอกแขน
4. หมวกแก๊ป
วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
RBS # 3 จับคู่
ถึงแล้วสินะ สวนลุงโชค ที่ ที่บรรดาอาสาจะใช้เป็นฐานปฏิบัติภารกิจ สวนลุงโชคในเวลานี้ช่างมืดยิ่งนัก มีเพียงแสงจากรถบัสทั้งสองคันที่ยังคงส่องสว่าง ร่วมกับตะเกียงแก็สไทยประดิษฐ์ เท่านั้น บรรดาทีมงานต่างพากันมารอต้อนรับสมาชิกอาสากันอย่างพร้อมหน้า พร้อมๆกับเสียงยินดีต้อรับสู่สวนลุงโชคดังขึ้นระงม เลยทีเดียว เหล่าอาสาต่างถูกจัดแบ่งไปตามสถานที่ต่าง ๆ กัน เพื่อเข้าสู่ที่พัก ในระหว่างทางเดินไปนั้น ตะเกียงแก็สไทยประดิษฐ์ที่เรียงตัวกันเป็นแถว แนวเดียวกับทางเดินนั้น ทำหน้าที่ส่องสว่างอย่างสุดกำลัง ช่างเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก กลุ่มของพวกเรา อาสาชาย 24 คน ถูกพามาหยุดอยู่ที่หน้าบริเวณที่กางเต็นท์แห่งหนึ่ง ผู้นำทางบอกให้อาสาจับคู่กันตามเองใจชอบ เอาหละสิ จะคู่กะไครดี
คู่ที่หนึ่งผ่านไป สองผ่านไป สาม สี่ ห้า ผ่านไป ถึงผมแล้วนี่ เอ๋....ไครดีหว้า ทันใดนั้นเอง
ยง คู่กับผมนะ
อืม ๆ ก็ได้ครับ จัดแจงเข้าที่เต็นท์เป็นที่เรียบร้อย พร้อม ๆ กับการทำความรู้จักเพื่อนใหม่
หลังจาก ล้างหน้า แปรงฟัน ( ไม่อาบน้ำอะ) แล้ว ก็ถึงเวลาเอนกายนอนซะที เพราะตอนนี้ก็ กว่า สองนาฬิกาของวันใหม่เข้าไปแล้ว อากาศเย็นสบายดีจัง ขณะที่กำลังเพลินกับกอไผ่ที่เสียดสีกันส่งเสียง เอี๊ยดดดดด อ๊าดดดดด ตามจังหวะของแรงลมที่ปะทะ เจ้าเพื่อนใหม่ก็พูดขึ้นมาว่า
พี่.... ผมนอนกรนนะ!!!!!!!
!!!!!! ไม่เป็นไร ตามธรรมชาติ เลยน้อง พี่โอเค
ไวกว่าคำพูด (บร๊ะแล้ววววววววว แล้วมาเลือกฉันทำไมเนี้ยยยยยยยย)
คู่ที่หนึ่งผ่านไป สองผ่านไป สาม สี่ ห้า ผ่านไป ถึงผมแล้วนี่ เอ๋....ไครดีหว้า ทันใดนั้นเอง
ยง คู่กับผมนะ
อืม ๆ ก็ได้ครับ จัดแจงเข้าที่เต็นท์เป็นที่เรียบร้อย พร้อม ๆ กับการทำความรู้จักเพื่อนใหม่
หลังจาก ล้างหน้า แปรงฟัน ( ไม่อาบน้ำอะ) แล้ว ก็ถึงเวลาเอนกายนอนซะที เพราะตอนนี้ก็ กว่า สองนาฬิกาของวันใหม่เข้าไปแล้ว อากาศเย็นสบายดีจัง ขณะที่กำลังเพลินกับกอไผ่ที่เสียดสีกันส่งเสียง เอี๊ยดดดดด อ๊าดดดดด ตามจังหวะของแรงลมที่ปะทะ เจ้าเพื่อนใหม่ก็พูดขึ้นมาว่า
พี่.... ผมนอนกรนนะ!!!!!!!
!!!!!! ไม่เป็นไร ตามธรรมชาติ เลยน้อง พี่โอเค
ไวกว่าคำพูด (บร๊ะแล้ววววววววว แล้วมาเลือกฉันทำไมเนี้ยยยยยยยย)
วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
RBS # 2 1-2 345 ออกเดินทาง
RBS # 2 1 2 345
หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ลำดับการปรบมือเพื่อเริ่มสัญญาณ ว่า งานอาสา ได้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แล้วตอนนี้ เครื่องยนต์คำรามส่งเสียงดังก้อง รีดพละกำลังที่มีอยู่ส่งไปที่เพลาเพี่อขับเคลื่อนให้ตัวมันเองให้วิ่งไป พร้อมๆ กับเหล่าอาสากว่า 80 ชีวิต ที่ตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ (หลังจากที่เป็นผู้มีชัยในสุ่มเดาเพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ เฮอๆ)
ในระหว่างทางที่รถบัสคันโตกำลังทำงานของมันอย่างไม่มีการบ่นว่าเหนื่อยนั้น ภายในตัวรถตอนนี้มืดสนิท คงมีเพียงแสงไฟสลัวจากภายนอกตัวรถเล็กน้อยเท้านั้นที่ยังสามารถสาดแสงแยงตาบรรดาเหล่าอาสาให้พอระคายเคืองกันบ้าง ด้วยเหตุนนี้นี่เองที่ทำให้ไม่มีท่านใดตั้งวงเสวนาถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้าเมื่อไปถึงจุดหมายเลย โดยเฉพาะเหล่าอาสาหน้าใหม่ที่ยังคงอยู่ในตั้งค่าตัวเองเป็นโหมดส่วนตัวเสียเป็นส่วนใหญ่ ยังคงมีเพียงเหล่าบรรดาทีมงานของ RBS และสมาชิกอาสาหน้าเก่าที่ได้เจอกันและก็ธรรมดาที่จะต้องมีเรื่องพูดคุยพอให้หายคิดถึง
ส่วนตัวผมเองนั้นไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ผมนั่งโยกหัวไปพร้อม ๆ กับ การโยกตัวของรถที่เอียงซ้ายที ขวาที ครั้งแล้วครั้งเล่า รวมไปถึงแรงสั่นสะเทือนจากความไม่ราบเรียบของถนนที่กระทบล้อรถส่งผ่านมาถึงที่นั่งนั้นเอง ฉุดให้คิดได้ว่า จวนถึงที่หมายแล้วเป็นแน่นอน และ นั่นไงหละ เมื่อเสียงไฟภายในรถสว่างขึ้น พร้อมๆ กับความเร็วที่ค่อยๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั้งจอดสนิทนั้นเอง
ถึงแล้วหละ สวนลุงโชค
RBS #1 ได้ไปกับเขาด้วย
RBS 1
ในขณะที่ผมกำลังดูโคนันถึงตอนไคลแมกนั้น เจ้าหนอเคี๋ยเพื่อนยากก็ร้องขึ้นด้วยความกังวาน ผมรีบคว้าขึ้นมาแนบหูทันที พร้อมๆ กับเสียงเพราะๆ ออกมาตามสัญญาณ
คุณ ยง ใช่ไหมครับ
ครับ ผม ยง ครับ
ยินดีด้วยนะครับ คุณได้เข้าร่วมโครงการกับ RBS ไปเขาแผงม้า
ห๊ะ ห๊ะ ห๊ะ อะไรนะครับ ผมออกอาการหูตึงตาลายขึ้นมาทันใด
ใช่แล้วครับ คุณยง ฟังไม่ผิดหรอกครับ ตกลงคอนเฟิร์มนะครับ เจอกันวันศุกร์ 18.30 นะครับ ที่ลานจอดรถโรงเบียร์ฮอร์นแลนด์
ครับ ครับ ครับ
“จิตอาสาเกิดขึ้นแล้ว แทบจะรอเวลาไม่ไหว อยากให้ถึงเวลาเดินทางเร็วๆจังเลย”
คุณ ยง ใช่ไหมครับ
ครับ ผม ยง ครับ
ยินดีด้วยนะครับ คุณได้เข้าร่วมโครงการกับ RBS ไปเขาแผงม้า
ห๊ะ ห๊ะ ห๊ะ อะไรนะครับ ผมออกอาการหูตึงตาลายขึ้นมาทันใด
ใช่แล้วครับ คุณยง ฟังไม่ผิดหรอกครับ ตกลงคอนเฟิร์มนะครับ เจอกันวันศุกร์ 18.30 นะครับ ที่ลานจอดรถโรงเบียร์ฮอร์นแลนด์
ครับ ครับ ครับ
“จิตอาสาเกิดขึ้นแล้ว แทบจะรอเวลาไม่ไหว อยากให้ถึงเวลาเดินทางเร็วๆจังเลย”
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






























