วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

RBS # 4 กิ๊บเซต

เช้าแล้ว ผมรีบตื่นมาสูดอากาศยามเช้า เช่นเดียวกับเหล่าอาสาอีกหลาย ๆ คนที่คิดตรงกัน อากาศยามเช้าที่นี่สดชื้นยิ่งนัก นกกระจิบตัวน้อยที่ตื่นมารับอรุณต่างส่งเสียงเจื้อยแจ้วมาตามสายลม ประตังว่ากำลังปลุกเหล่าอาสาที่ยังคงหลับใหลให้ตื่นขึ้นมา ไม่นานนักผมต้องตัดใจจากบรรยากาศเหล่านี้เพื่อไปทำภารกิจส่วนตัวกันสักนิด (ข้าศึกบุก เง้อ)


เจ้าเพื่อนใหม่ยังคงหลับใหลอยู่ภายในเต็นท์ที่อบอุ่น ในขณะที่ผมเองกำลังตัดสินใจว่าจะปลุกเพื่อนใหม่นั่นเอง

อาสาครับ ตื่นได้แล้วนะครับ ใครที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเชิญไปรับแจกกิ๊บเซตและทานกาแฟ ที่ศาลา 108 ก่อนนะครับ นะครับ (เฮ้อ โล่ง นึกว่าจะต้องปลุกเองซะแล้ว)

ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อรู้ว่าจะได้ใส่เสื่อสีม่วงในอีกไม่กี่อึดใจ ผมยื่นมือที่สั่นเท่าเล็กน้อย(พยายามเกร็งไว้ อายเขา) ไปรับกิ๊บเซตจากทีมงานพร้อมกับเอ่ยปากขอบคุณ ทันใดนั้นเองทีมงานท่านหนึ่งก็พูดขึ้นดังๆว่า (จำได้นะว่าเป็นผู้หญิง)

“แล้วน้องจะใส่หมวกได้ไหมเนี้ยย “

เท่านั้นแหละ ทำนบที่อืมครืมก็ถูกกลบเสียงฮา ดังลั่นของเพื่อนๆอาสาที่ยืนอยู่รายรอบ (บ้างก็ชื่นชมกับกิ๊บเซต บ้างก็ทานเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ ) ในเวลาเดียวกับที่ผมยังตกอยู่ใน ภวังค์ ของความอาย แล้วรีบปลีกตัวออกไปจากตรงนั้นทันทีเมื่อตั้งสติได้แล้ว ( อายสุดๆ)

ชุดกิ๊บเซต

1. กระเป๋าเป้สะพาย

2. เสื้อสีม่วง

3. ปลอกแขน

4. หมวกแก๊ป

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

RBS # 3 จับคู่

ถึงแล้วสินะ สวนลุงโชค ที่ ที่บรรดาอาสาจะใช้เป็นฐานปฏิบัติภารกิจ สวนลุงโชคในเวลานี้ช่างมืดยิ่งนัก มีเพียงแสงจากรถบัสทั้งสองคันที่ยังคงส่องสว่าง ร่วมกับตะเกียงแก็สไทยประดิษฐ์ เท่านั้น บรรดาทีมงานต่างพากันมารอต้อนรับสมาชิกอาสากันอย่างพร้อมหน้า พร้อมๆกับเสียงยินดีต้อรับสู่สวนลุงโชคดังขึ้นระงม เลยทีเดียว เหล่าอาสาต่างถูกจัดแบ่งไปตามสถานที่ต่าง ๆ กัน เพื่อเข้าสู่ที่พัก ในระหว่างทางเดินไปนั้น ตะเกียงแก็สไทยประดิษฐ์ที่เรียงตัวกันเป็นแถว แนวเดียวกับทางเดินนั้น ทำหน้าที่ส่องสว่างอย่างสุดกำลัง ช่างเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก กลุ่มของพวกเรา อาสาชาย 24 คน ถูกพามาหยุดอยู่ที่หน้าบริเวณที่กางเต็นท์แห่งหนึ่ง ผู้นำทางบอกให้อาสาจับคู่กันตามเองใจชอบ เอาหละสิ จะคู่กะไครดี


คู่ที่หนึ่งผ่านไป สองผ่านไป สาม สี่ ห้า ผ่านไป ถึงผมแล้วนี่ เอ๋....ไครดีหว้า ทันใดนั้นเอง

ยง คู่กับผมนะ

อืม ๆ ก็ได้ครับ จัดแจงเข้าที่เต็นท์เป็นที่เรียบร้อย พร้อม ๆ กับการทำความรู้จักเพื่อนใหม่

หลังจาก ล้างหน้า แปรงฟัน ( ไม่อาบน้ำอะ) แล้ว ก็ถึงเวลาเอนกายนอนซะที เพราะตอนนี้ก็ กว่า สองนาฬิกาของวันใหม่เข้าไปแล้ว อากาศเย็นสบายดีจัง ขณะที่กำลังเพลินกับกอไผ่ที่เสียดสีกันส่งเสียง เอี๊ยดดดดด อ๊าดดดดด ตามจังหวะของแรงลมที่ปะทะ เจ้าเพื่อนใหม่ก็พูดขึ้นมาว่า

พี่.... ผมนอนกรนนะ!!!!!!!

!!!!!! ไม่เป็นไร ตามธรรมชาติ เลยน้อง พี่โอเค

ไวกว่าคำพูด (บร๊ะแล้ววววววววว แล้วมาเลือกฉันทำไมเนี้ยยยยยยยย)

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

RBS # 2 1-2 345 ออกเดินทาง

  RBS # 2  1 2 345


   หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ลำดับการปรบมือเพื่อเริ่มสัญญาณ ว่า งานอาสา ได้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แล้วตอนนี้ เครื่องยนต์คำรามส่งเสียงดังก้อง รีดพละกำลังที่มีอยู่ส่งไปที่เพลาเพี่อขับเคลื่อนให้ตัวมันเองให้วิ่งไป พร้อมๆ กับเหล่าอาสากว่า 80 ชีวิต ที่ตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ (หลังจากที่เป็นผู้มีชัยในสุ่มเดาเพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ เฮอๆ)


ในระหว่างทางที่รถบัสคันโตกำลังทำงานของมันอย่างไม่มีการบ่นว่าเหนื่อยนั้น ภายในตัวรถตอนนี้มืดสนิท คงมีเพียงแสงไฟสลัวจากภายนอกตัวรถเล็กน้อยเท้านั้นที่ยังสามารถสาดแสงแยงตาบรรดาเหล่าอาสาให้พอระคายเคืองกันบ้าง ด้วยเหตุนนี้นี่เองที่ทำให้ไม่มีท่านใดตั้งวงเสวนาถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้าเมื่อไปถึงจุดหมายเลย โดยเฉพาะเหล่าอาสาหน้าใหม่ที่ยังคงอยู่ในตั้งค่าตัวเองเป็นโหมดส่วนตัวเสียเป็นส่วนใหญ่ ยังคงมีเพียงเหล่าบรรดาทีมงานของ RBS และสมาชิกอาสาหน้าเก่าที่ได้เจอกันและก็ธรรมดาที่จะต้องมีเรื่องพูดคุยพอให้หายคิดถึง

ส่วนตัวผมเองนั้นไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ผมนั่งโยกหัวไปพร้อม ๆ กับ การโยกตัวของรถที่เอียงซ้ายที ขวาที ครั้งแล้วครั้งเล่า รวมไปถึงแรงสั่นสะเทือนจากความไม่ราบเรียบของถนนที่กระทบล้อรถส่งผ่านมาถึงที่นั่งนั้นเอง ฉุดให้คิดได้ว่า จวนถึงที่หมายแล้วเป็นแน่นอน และ นั่นไงหละ เมื่อเสียงไฟภายในรถสว่างขึ้น พร้อมๆ กับความเร็วที่ค่อยๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั้งจอดสนิทนั้นเอง


ถึงแล้วหละ สวนลุงโชค

RBS #1 ได้ไปกับเขาด้วย


RBS 1


ในขณะที่ผมกำลังดูโคนันถึงตอนไคลแมกนั้น เจ้าหนอเคี๋ยเพื่อนยากก็ร้องขึ้นด้วยความกังวาน ผมรีบคว้าขึ้นมาแนบหูทันที พร้อมๆ กับเสียงเพราะๆ ออกมาตามสัญญาณ


คุณ ยง ใช่ไหมครับ

ครับ ผม ยง ครับ

ยินดีด้วยนะครับ คุณได้เข้าร่วมโครงการกับ RBS ไปเขาแผงม้า

ห๊ะ ห๊ะ ห๊ะ อะไรนะครับ ผมออกอาการหูตึงตาลายขึ้นมาทันใด

ใช่แล้วครับ คุณยง ฟังไม่ผิดหรอกครับ ตกลงคอนเฟิร์มนะครับ เจอกันวันศุกร์ 18.30 นะครับ ที่ลานจอดรถโรงเบียร์ฮอร์นแลนด์

ครับ ครับ ครับ

“จิตอาสาเกิดขึ้นแล้ว แทบจะรอเวลาไม่ไหว อยากให้ถึงเวลาเดินทางเร็วๆจังเลย”

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Japanese#1 การเขียนอักษรคานะ

ง่ายสุดๆเลยครับ ลากตัวอักษรไป ๆ มา ๆ  จริง ๆ แล้วมีทริ๊กอยู่ว่า ซ้ายไปขวา-บนลงล่าง
ตามรูปเลยนะครับ


และที่สำคัญ เส้นอักษรที่มาประกอบรวมกันนั้นมีอยู่สามเส้นนะ คือ.......   เส้นหยุด    เส้นปล่อย และเส้นตะขอ ดูที่รูปนะครับเพื่อความเข้าใจยิงขึ้น   ตรงทีวงกลมเอาใว้นั่นแหละครับ  


นอกจากนั้น ผมยังมีแบบฝึกเขียนตัวอีฃักษรทั้งฮิรากานะ และ คาตากานะ อีกด้วย แต่เนื่องจากไฟล์ข้อมูลใหญ่มาก ๆ เลย หากไครอยากใด้ฝากข้อความได้นะครับ  ผมจะส่งไปให้ จริง ๆ แล้วผมก็โหลดมาจากเวปครับ   ตามนี้เลยครับ แบบเขียน ฮิรากานะ     และ แบบเขียนคาตากานะ  ขอบคุณเว็ป http://www.kids.nifty.com/  ด้วยนะครับ  ありがとう ございます。

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Japanese#1 อักษรภาษาญี่ปุ่น และการออกเสียง ตอนที่ 3

สำหรับชุดสุดท้ายของอักษรญี่ปุ่นนั่นก็คือ....การจับคู่กันเองระหว่างพยัญชนะกับพยัญชนะกึ่งสระ ซึ่งก็คือ อักษรในวรรค y นั่นเอง เมื่อไปจับคู่กันแล้วก็ยังมีออกเสียงแค่ 1 จังหวะเหมือนเดิม ตามตารางด้านล่างเลยครับ

วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Japanese#1 อักษรภาษาญี่ปุ่น และการออกเสียง ตอนที่ 2

อักษรภาษาญี่ปุ่น และการออกเสียง ตอนที่ 2 คืออักษรคะนะที่เหลือครับ เป็นอักษรเสียงขุ่นและกึ่งขุ่น โดยการเติมเครื่องหมายที่เรียกว่า daku-ten (") และ handaku-ten(°) ลงไปทีมุมบนขวาของตัวอักษรปกตินั้นเอง แต่ก็จะมีแค่เพียงอักษรบางวรรคเท่านั้น ก็คืออักษรในวรรค k,s,t,h จะออกเสียงเป็น g,z,d,b เมื่อเติม daku-ten (") และวรรค h จะเปลี่ยนเป็น p เมื่อเติม handaku-ten(°) ตามตารางด้านล่างครับ















วรรค g



วรรคz


วรรคd


วรรคb



วรรคp



แล้วมาต่อตอนที่3 นะครับ ยังกะหนังฟอร์มยักษ์ มีไตรภาค

Japanese#1 อักษรภาษาญี่ปุ่น และการออกเสียง ตอนที่1

ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน นั่นก็คือ ฮิรางานะ คาตากานะ และคันจิ ตัวอักษรฮิรางานะ คาตากานะจะมี 1 เสียงต่อหนึ่งตัวอักษร ทำหน้าที่แสดงคำอ่าน ส่วนตัวอักษรคันจินั้นนอกจากจะใช้แสดงคำแลัว ยังแสดงความหมายของคำอีกด้วย
ในภาษาญี่ปุ่นนั้นจะใช้ตัวอักษรทั้งสามประเภทเขียนร่วมกัน โดยที่ ฮิรากานะ จะทำหน้าที่เป็นคำช่วยหางคำกริยาและคำคุณศัพท์ ตัวอักษรคาตากานะจะใช้เขียนคำที่มาจากต่างประเทศ ส่วนตัวอักษรคันจิที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้นมีทั้งหมด 1945 ตัว อันนี้ต้องจำเอานะครับ
นอกจากนี้ ยังมีตัวอักษรโรมันที่ยังคอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่ชาวต่างชาติอีกด้วย ดังปรากฏให้เห็นตามป้ายกำกับสถานี ป้ายโฆษณาต่าง ๆ อีกด้วย
เห็นไหมหละครับ เอาใจสุดๆ

1.ตัวอักษร ฮิรางานะและคาตากานะ เรียกรวม ๆ ว่า อักษรคานะ ครับ เขียนและออกเสียงตามรูปนี้เลยครับ




ในภาษาญี่ปุ่นนั้น จะมีสระอยู่ 5 เสียง คือ a i u e o หรือ あ い う え お นั่นเองครับ สระทั้ง 5 ตัวนั้นสามารถใช้งานเพียงลำพังได้ และมีเสียงเป็นของตัวเอง 1 จังหวะ หรือจะประกอบรวมกับพยัญชนะ 1 ตัว หรือ ประกอบกับ กับพยัญชนะ 1 ตัว บวกกับพยัญชนะกึ่งสระ "y" ก็ยังมีเสียงแค่ 1 จังหวะเหมือนเดิม ส่วน ตัว ん(n) นั้นก็มีเสียง 1 จังหวะเช่นกันครับ
มีวีดีโอให้ชมกันครับ

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Japanene#1 Introductions

ในภาษาญี่ปุ่นมีชนิดของคำ
ดังนี้ คำกริยา คำคุณศัพท์ คำนาม กริยาวิเศษณ์ คำเชื่อม และคำช่วย
โดยที่จะวางชนิดของคำที่เป็นภาคแสดงไว้หลังประโยคและคำขยายจะอยู่หน้าคำที่จะขยาย

การประกอบคำให้เป็นรูปร่าง
ประโยคนั้นจะประกอบไปด้วยคำสามชนิด นั่นก็คือ..... คำนาม คำกริยา และคำคุณศัพท์
โดยที่การผันคำจะเป็น (1) บอกเล่า . ปฏิเสธ (2) กาล

คำช่วยจะเสดงให้ทราบถึง
เจตนาของผู้พูด ซึ่งก็คือ การเชื่อมประโยคนั่นเอง

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

แคนนอน 1000D

ตอนที่ผมตัดสินใจซื้อกล้อง ด้วยสถานการณ์วิกฤตแฮมเบอเกอร์ในขนะนั้นน้องผู้หญิ่งคนหนึ่งเธอบอกกับผมว่า อย่าซื้อเลย เด๋วเกิดเหตุอะไรขึ้นจะลำบาก อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ตอนนี้ยิ่งชัดเจนไปกันใหญ่ ยิ่งได้ดูภาพเก่า ๆ ที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ผมรู้ศึกว่า ผมตัดสินใจได้ถูกต้องแล้วที่จับจองเป็นเจ้าของมัน รูปถ่ายมิใด้ทำหน้าที่เพียงบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น แต่ยังรวมไปถึงอารมณ์ความรู้ศึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอีกด้วย สำหรับบางคนแล้ว สิ่งเหล่านี้คงไม่มีความหมายสักเพียงใดนัก แต่สำหรับบางคนไคร ๆ ที่ไม่อยากปล่อยเรื่องราวแห่งความทรงจำให้ผ่านไปนั้น สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นหนึ่งในคำตอบ แล้วคุณหละ จะปล่อยให้เรื่องราวเหล่านั้นผ่านไปใหม